[Tips] มาเอารูปหรือวีดีโอออกจาก iPhone โดยใช้ Windows กัน

โดย - 26/8/2013 - 21:17 น.

HT4083_02--autoplay_dialog-001-en

ประโยคหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยๆจากเพื่อนที่เพิ่งเป็นเจ้าของ iPhone ใหม่ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น
“เอารูปออกจาก iPhone ยังไง”
“อยากเอารูปลงคอมต้องทำยังไงบ้าง”
“วีดีโอที่ถ่ายใน iPhone มันอยู่ที่ไหนและจะเอาออกมายังไง”
เชื่อว่าใครที่ยังเป็นมือใหม่หัดขับกับ iPhone ต้องมีคำถามแบบเดียวกันแน่นอน แต่ทุกคำถามมีคำตอบ และมีวิธีการของมัน รับรองว่าไม่ยากแน่นอนครับ

ผมเชื่อว่าตั้งแต่ที่หลายๆคนได้ใช้ iPhone มา คงเป็นกล้องมือถืออีกตัวที่หลายๆ คนชอบ เพราะด้วยความง่าย แค่แตะก็ถ่าย แต่พอถ่ายมาแล้วก็ไม่ทราบว่าจะเอาออกมายังไงดี โปรแกรมคู่ใจอย่าง iTunes ที่หลายๆ คนรู้จักมันก็เอาออกมาไม่ได้ด้วยสิ … เราลองมาดูวิธีการเอารูปหรือวิดีโอออกจากเจ้า iPhone กันดีกว่า พร้อมแล้วเชิญครับ

 

วิธีการนำรูปและวีดีโอออกมา

วิธีการนำรูปออกจาก iPhone ในบทความนี้ขอแยกออกเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ นะครับ หากพร้อมแล้วเสียบสาย iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์ได้เลยครับ

วิธีที่ 1 : เปิดดูจาก Windows Explorer

วิธีแรก เหมาะสำหรับใครที่ต้องการจะเลิอกรูปภาพออกมาแค่บางรูปครับ จะเลือกรูปได้สะดวกกว่า

หลังจากที่เสียบ iPhone ต่อเข้ากับคอมแล้ว จะมีหน้า AutoPlay เด้งขึ้นมาครับ ให้เลือกที่ “Open device to view files”

ips

แต่ถ้าเผลอไปกดปิดหน้านี้ไป หรือว่าไม่มีหน้านี้ขึ้นมาก็ไม่ต้องตกใจครับ ให้เปิด Windows Explorer หรือ My Computer ขึ้นมา จะเจอชื่อ iPhone ของเราขึ้นอยู่ตรง Portable Devices ครับ ให้ดับเบิ้ลคลิกเข้าไปได้เลย

ips3

เมื่อคลิกเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับรูปและวีดีโอของเรา ต้องการจะเอาไฟล์รูปไหนออกมา ก็เลือก Copy ออกมา หรือจะลากคลุม แล้วลากไฟล์ลงเครื่องคอมของเราก็ได้ครับ

ips5

 

วิธีที่ 2.1 : Import ไฟล์สำหรับบน Windows 7

วิธีการนี้จะสะดวกกว่าวิธีแรกตรงที่หากใครต้องการที่จะ Import รูปจาก iPhone ทั้งหมด ก็ไม่ต้องมาลากไฟล์ไปมา เพียงแค่กด Import ทีเดียวไฟล์รูปทั้งหมดก็จะมาอยู่ในคอมแล้วครับ แต่ถ้าใครต้องการเอาออกมาแค่บางรูป วิธีแรกก็จะใช้เวลาน้อยกว่าครับ

วิธีใช้ก็ไม่ยากเลย เช่นเดียวกับวิธีการแรก หลังจากเสียบ iPhone เข้ากับคอมแล้วจะมีหน้า AutoPlay ขึ้นมา คราวนี้ให้เลือก “Import pictures and videos using Windows” ครับ

ips

แต่ถ้าไม่มีหน้า AutoPlay ขึ้นมาแบบรูปด้านบน ให้เปิดเข้าไปที่ My Computer ใน Windows Explorer ของเรา แล้วคลิกขวาเลือก ”Import pictures and videos” ครับ

ips3

จากนั้นจะพบกับหน้านี้ ให้กดที่ Import Settings เพื่อตั้งค่าในครั้งแรกก่อนครับ

ips6

เมื่อเข้ามาในหน้า Import Settings แล้วจะพบกับตัวเลือกต่างๆ

ips7

 

ซึ่งมีความหมายดังนี้ครับ
Import images to: คือที่ ที่จะนำไฟล์รูปจาก iPhone ไปเก็บไว้ครับ
Import videos to: เช่นเดียวกันกับรูปภาพ แต่อันนี้จะเป็นการตั้งค่าตำแหน่งที่จะให้เก็บวีดีโอไว้ครับ
Folder name: คือชื่อของโฟลเดอร์ที่จะเก็บไฟล์รูปไว้ครับ สามารถตั้งชื่อตามวันที่ถ่าย หรือตั้งตาม Tag ได้
File name: เป็นการตั้งชื่อภาพให้กับรูปภาพครับ

ในส่วนของ Other options ต้องระวัง “Always erase from device after importing” นะครับ หากติ๊กจะหมายความว่าให้ลบรูปต้นฉบับบน iPhone ทิ้งเลยหลังจากที่ import รูปเสร็จแล้ว

หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้ว กด OK โปรแกรมจะเริ่มต้นทำงานใหม่อีกครั้งนึง จากนั้นก็กด Import ได้เลยครับ เป็นอันเรียบร้อย

 

วิธีที่ 2.2 : Import ไฟล์สำหรับบน Windows 8

 วิธีนี้จะคล้ายๆ กับการ Import ไฟล์บน Windows 7 ครับ คือเหมาะกับการ Import ไฟล์ทีละมากๆ เช่นเดียวกัน แต่ใน Windows 8 ได้มีการเพิ่มความสามารถของการ Import ไฟล์เข้ามา

หลังจากที่เสียบ iPhone เข้ากับคอมแล้วให้เปิด My Computer ใน Windows Explorer ครับ หลังจากนั้นคลิกขวาที่ชื่อ iPhone ของเรา แล้วเลือก “Import Pictures and Videos”

ips9

เมื่อกดเข้ามาแล้วจะเจอหน้า Import ที่คล้ายกับบน windows 7 เลย สามารถติ๊กที่ “Import all new item now” แล้วใช้วิธีการเดียวกันกับการ Import บน Windows 7 ที่เขียนไว้ด้านบนได้เลยครับ 

แต่ใน Windows 8 ก็มีความสามารถใหม่เข้ามาด้วยเช่นกัน นั่นคือการ Import แบบเลือกรูปได้ โดยติ๊กที่ “Review, organize, and group items to import” โดยการเลือกตัวเลือกนี้โปรแกรมจะทำการจัดหมวดหมู่รูปให้ ตามวันเวลาที่ถ่ายครับ 

ips8

เมื่อกด Next เข้ามาจะพบกับหน้าที่ให้เลือกว่าจะเอารูปกรุ๊ปไหนบ้าง โดยจะจัดตามวันเวลาที่เราถ่ายครับ ถ้าไม่ต้องการภาพชุดไหนก็ติ๊กออกได้เลย หรือจะกดเข้าไปในแต่ละกรุ๊ปเพื่อเลือกรายรูปเลยก็ได้ เสร็จแล้วก็กด Import รูปก็จะมาอยู่ในเครื่องเราเรียบร้อยครับ

ips10

 

แล้วคราวหน้าเราจะมาดูกันว่าการ Import ไฟล์บนเครื่อง Mac นั้น ทำอย่างไรบ้างครับ

 


หากมีคำถาม หรือข้อติชมใดๆ ก็สามารถแจ้งเข้ามาได้เสมอ ทาง Facebook ของ iPhone Society หรือ Twitter ที่ @iPhone_Society ครับ ทีมงานพร้อมที่จะรับฟัง และนำไปปรับปรุงการทำงานเสมอครับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แสดงความคิดเห็น

2 Comments

Leave a Reply