[บทความ] iCloud คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

โดย - 24/2/2014 - 6:48 น.

 

Screen Shot 2557-02-24 at 6.34.59 AM

ใครที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iPod touch หรือว่าเครื่อง Mac คงจะต้องเคยสังเกตเห็นว่าเครื่องเหล่านี้มีฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับ iCloud อยู่ ว่าแต่ iCloud นั้นคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นได้แค่ไหน วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังครับ

 

iCloud คืออะไร

ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ในสมัยที่คอมพิวเตอร์ยังเป็นศูนย์กลางของการทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าเราถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอล เราก็ต้องมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อเซฟภาพลงคอม, เมื่อเราซื้อ cd เพลงมาก็ต้องเอาเข้าคอมเพื่อ rip เป็นไฟล์ mp3 เก็บไว้ในคอม, หรือเวลาที่ทำงานเอกสารเราก็จะเก็บไฟล์งานไว้ในคอม เป็นต้น

แต่ในปัจจุบัน ถ้าลองสังเกตกันดู เราใช้มือถืออย่าง iPhone แทนอุปกรณ์อย่างกล้องถ่ายรูป, กล้องวีดีโอ, เครื่องเล่น mp3 ไปซะหมด เนื่องจากมือถือสมัยนี้ก็มีความสามารถมากกว่าแต่ก่อนจนสามารถใช้ทดแทนอุปกรณ์เหล่านี้ได้ แถมเรายังมีแท็บเล็ตอย่าง iPad ที่เอาไว้ใช้งานอีกเช่นกัน จะเห็นได้ว่าปัจจุบันเราไม่ได้มีคอมพิวเตอร์ในการใช้งานเพียงอย่างเดียวแล้ว ดังนั้นจึงมีปัญหาอยู่ที่ข้อมูลของเครื่องต่างๆ จะไม่เหมือนกันเลย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราถ่ายรูปบน iPhone แล้วต้องการดูบน iPad จะทำอย่างไร? ถ้าเป็นวิธีเดิมเราก็คงต้องเอา iPhone ไปซิงค์กับคอม แล้วเอา iPad ไปซิงค์กับคอมอีกรอบ เพื่อที่จะให้ภาพมาอยู่บน iPad

แล้วถ้าเกิดเราถ่ายรูปจาก iPad และอยากจะดูรูปบน iPhone ก็ต้องซิงค์กลับไปกลับมาอีก แล้วถ้าหากต้องมาทำแบบนี้บ่อยๆ ทุกวัน คงไม่สนุกแน่ๆ จะเห็นได้เลยว่าการใช้คอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางเหมือนแต่ก่อนนั้นดูเหมือนจะสะดวกสะบายไม่พอสำหรับยุคปัจจุบันไปเสียแล้ว

 

photostream

iCloud จึงเป็น “ศูนย์กลางของการเก็บข้อมูล” ที่จะมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ครับ ด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างเข้ากับเซิฟเวอร์ของแอปเปิลที่เปรียบเสมือนกลุ่มเมฆบนท้องฟ้า ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเราถ่ายรูปผ่าน iPhone รูปของเราก็จะถูกส่งขึ้นไปบนกลุ่มเมฆหรือที่แอปเปิลเรียกว่า iCloud โดยทันที หลังจากนั้น iCloud ก็จะทำการส่งรูปนั้นๆ ไปให้กับเครื่องต่างๆ ของเราไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iPod touch, หรือคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น หลังจากนั้นเราก็สามารถไปเปิดดูรูปจากเครื่องอื่นได้เลย และไม่ใช่เพียงแค่ส่งรูปเท่านั้น iCloud ยังมีบริการอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ช่วยให้คนที่มีอุปกรณ์หลายเครื่องใช้งานได้ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น  ที่สำคัญเป็นบริการฟรีอีกด้วยครับ

 

iCloud ทำอะไรได้บ้าง

ความสามารถหลักๆ ของ iCloud จะเป็นการทำให้ข้อมูลต่างๆ ของเราในแต่ละเครื่องนั้นเหมือนกันครับ ด้วยการส่งข้อมูลต่างๆ ขี้นมาไว้บน iCloud เอง แล้วกระจายข้อมูลไปที่เครื่องอื่นๆ โดยจะทำงานอัตโนมัติเพียงแค่ต่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งเครื่องที่รองรับ iCloud นั้นก็ได้แก่อุปกรณ์ที่ใช้ iOS ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPod touch, iPad และคอมพิวเตอร์ตระกูล Mac ส่วนคอมใครที่ใช้ Windows ก็ไม่ต้องน้อยใจไปครับ iCloud ก็รองรับ Windows เช่นเดียวกัน เพียงแต่อาจจะไม่มีฟีเจอร์ครบทุกอย่างเหมือนทางฝั่ง iOS และ Mac เท่านั้นเอง  เรามาดูกันดีกว่าครับว่า iCloud ทำอะไรได้บ้าง

 

Contact+Calendar+Mail

ccm_image_2x

ทันทีที่เราแก้ไขสิ่งต่างๆ ใน Contact ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทร, เปลี่ยนชื่อ หรือเพิ่มผู้ติดต่อใหม่เข้ามา เครื่องก็จะทำการอัพรายชื่อนั้นขึ้นไปบน iCloud ทันที หลังจากนั้นเครื่องอื่นๆ ของเราก็จะมีเบอร์โทรที่เราเพิ่มเข้าไปโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกันกับการเพิ่มการนัดหมายไปในปฏิทิน เครื่องอื่นๆ ของเราก็จะมีการเพิ่มด้วยเช่นกัน

 

Photo Stream

photosharing_hero_2x

อย่างทีได้บอกไปเมื่อตอนต้น เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์หนึ่งที่มีประโยชน์มากๆ เพราะไม่ว่าเราจะถ่ายรูปจากเครื่องใดก็ตาม รูปของเราก็จะถูกส่งไปยัง Photo Stream บน iCloud หลังจากนั้น iCloud จะทำหน้าที่ส่งรูปไปให้กับเครื่องอื่นๆ ที่เราเป็นเจ้าของทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องซิงค์รูปไปมาให้เสียเวลาอีกต่อไป สามารถซิงค์รูปหากันได้ทั้งบน iPhone, iPod touch, iPad, Mac หรือแม้แต่บน Windows ก็ได้เช่นกัน

มีข้แจำกัดอยู่เล็กน้อยตรงที่ Photo Stream บน iCloud จะเก็บรูปเราไว้ 30 วัน หลังจากนั้นรูปจะถูกลบจาก iCloud (แต่ยังอยู่ในเครื่องเรา และเครื่องที่ถูกส่งรูปไป) และด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ทำให้ iPhone, iPod touch และ iPad สามารถเก็บรูปจาก Photo Stream ได้มากสุด 1,000 รูปเท่านั้น แต่ถ้าอยากเก็บรูปไว้อย่างถาวรก็สามารถเซฟรูปใส่อัลบัมในเครื่องได้เช่นกัน การซิงค์รูปของ Photo Stream จะทำงานผ่าน Wi-Fi อย่างเดียว ดันนั้นหมดห่วงเรื่องค่า 3G/EDGE ได้แน่นอนครับ

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรูปบางรูปที่ชอบ แชร์ให้เพื่อนที่ใช้ iCloud เหมือนกันกับเราดูได้ด้วย

 

Find My iPhone+Activation Lock

find_hero_2x

ฟีเจอร์นี้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดของ iCloud เลยก็ว่าได้ เพราะจะเป็นฟีเจอร์ที่ไว้สำหรับดูว่าเครื่องต่างๆ ของเราไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPod touch, iPad หรือเครื่อง Mac ของเรา เวลาที่ทำหายว่าอยู่ที่ตำแหน่งใด รวมถึงสามารถสั่งให้เครื่องร้อง/ล๊อกเครื่อง/ล้างเครื่องได้ และถ้าเครื่องถูกคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของล้างก็จะติด Activation Lock ไม่สามารถเปิดเขาใช้เครื่องได้

อ่านบทความเพิ่มเติม:

วิธีติดตามเครื่องหาย ด้วย Find My iPhone

มาทำความรู้จักกับ Activation Lock ฟีเจอร์ป้องกันการล้างเครื่องจากผู้ไม่พึงประสงค์

 

iTunes Store+App Store

everywhere_gallery_itunes_2x

นอกจากที่เราจะซื้อเพลง/ภาพยนต์/แอพ/หนังสือจาก iTunes บนคอมพ์ได้แล้ว เราก็สามารถซื้อใน iTunes Store/App Store บน iPhone, iPad, iPod touch ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงมีความสามารถ iTunes in the Cloud ที่ทันทีที่ซื้อของต่างๆ จาก Store สามารถตั้งค่าให้เครื่องอื่นๆ ของเรา ดาวน์โหลดของที่ซื้อลงมาไว้ในเครื่องด้วยเช่นกันโดยอัตโนมัติ หรือจะเข้าไปโหลดรายการที่เคยซื้อไปแล้วย้อนหลัง จากบนเครื่องใดของเราก็ได้เช่นกัน

 

iWork+iCloud

hero_2x

ด้านงานเอกสารต่างๆ ที่ทำบน iWork ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแอพ Pages, Number, Keynote สามารถเซฟไฟล์ขึ้นไปเก็บไว้ใน iCloud ได้ทั้งหมด และใน iOS เองก็มีแอพ iWork ไว้ทำงานเช่นเดียวกัน รวมถึงหน้าเว็บของ iCloud.com ก็มีเว็บแอพของ iWork ที่สามารถแก้ไขไฟล์งานต่างๆ ผ่านหน้าเว็บได้เลย ทำให้สามารถแก้ไขงานต่อจากเดิมได้จากทุกที่ ทุกอุปกรณ์ ตัดปัญหาการที่ต้องนำไฟล์งานใส่แฟลชไดฟ์แล้วทำแฟลชไดฟ์หายไปได้ดีทีเดียว

 

App+iCloud

apps_gallery_imovie_2x

แอพหลายๆ แอพใน App Store เริ่มมีการนำ iCloud เข้ามาใช้งานด้วยเช่นกัน อย่างเช่นเกมบางเกมมีการซิงค์เซฟของเกมไว้บน iCloud เมื่อเราเล่นจากบน iPhone เสร็จ ก็สามารถไปเปิดเล่นต่อจากบน iPad ได้โดยทันที ไม่ต้องมาเริ่มต้นเล่นใหม่ให้เสียเวลา หรืออย่างแอพเขียนไดอารี่ ที่จะซิงค์ไดอารี่ของเราไปให้เขียนต่อในเครื่องอื่นได้ เป็นต้น

 

Safari

safari_image_2x

เคยมีปัญหาเปิดหน้าเว็บซักหน้านึงอยู่บน iPhone แล้วจะไปดูในคอม ต้องก๊อบลิงค์จากบน iPhone ไปส่งในคอมหรือเปล่าครับ iCloud Tab จะมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยใน Safari จะมีปุ่ม iCloud Tab ให้กดดูได้ว่า Safari เครื่องไหนที่เป็นของกำลังเปิดหน้าเว็บอะไรอยู่ แล้วสามารถกดเปิดตามจากเครื่องอื่นได้เลย รวมถึง iCloud จะซิงค์เว็บที่ได้ bookmark ไว้ไปที่เครื่องต่างๆ อีกด้วย

 

iCloud Keychain

keychain_image_2x

ฟีเจอร์นี้เป็นอีกฟีเจอร์ที่ใช้กับ Safari โดยจะช่วยเราจำพาสเวิร์ดต่างๆ ที่เราเคยกรอกไป อย่างเช่นเราเคยกรอกพาสเวิร์ดเว็บหนึ่งใน iPad จากนั้น iCloud ก็จะจำพาสเวิร์ดของเราไว้ให้สามารถกรอกกับเครื่องอื่นได้โดยทันที โดยที่เราไม่ต้องกรอกซ้ำ สามารถใช้ได้ใน Safari บน iPhone, iPod touch, iPad และบนเครื่อง Mac

 

Backup

backup_image_2x

นอกจากเราจะสามารถ Backup ข้อมูลในเครื่อง iPhone, iPod touch, iPad ไว้กับ iTunes บนคอมได้แล้ว เรายังสามารถ Backup ข้อมูลไว้กับ iCloud ได้เช่นกัน โดยเครื่องจะ Backup ให้อัตโนมัติทันทีที่เราเปิดไวไฟและเสียบชาร์จอยู่(ดังนั้นไม่เปลืองค่า EDGE/3G แน่นอน) ซึ่งจะสะดวกตรงที่เมื่อเราล้างเครื่อง เราสามารถนำข้อมูลของเราที่ Backup ไว้กลับมาจากที่ไดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนำไปต่อกับ iTunes บนคอมพิวเตอร์ที่เราได้ทำการ backup ไว้

iCloud จะเก็บข้อมูลแทบทุกอย่าง ที่ iTunes เคยเก็บให้เรา อาทิเช่น App, เพลงที่ซื้อผ่าน iTunes, หนังสือ, รูปภาพและวิดีโอที่ถ่ายไว้, การตั้งค่าเครื่อง (วอลเปเปอร์, การจัดเรียงไอคอนบนจอ ฯลฯ) และข้อมูลโปรแกรมต่างๆ

อ่านบทความเพิ่มเติม:

วิธีการ Backup ข้อมูลต่างๆ ใน iPhone โดย iCloud

 

iCloud.com

Screen Shot 2557-02-24 at 6.23.10 AM

iCloud จะมีข้อมูลของเราหลายอย่างครับ ซึ่งนอกจากจะซิงค์ข้อมูลเหล่านี้ไปยัง iPhone, iPod touch, iPad เครื่องอื่นที่เราเป็นเจ้าของแล้ว ยังสามารถดูข้อมูลต่างๆ ได้ผ่านทาง iCloud.com ซึ่งจะมีข้อมูลเมล, รายชื่อ, นัดหมายในปฏิทิน, โน้ตต่างๆ, การแจ้งเตือนในแอพ Reminder รวมถึงมีหน้าสำหรับดูตำแหน่งเครื่องของ Find My iPhone และมีเว็บแอพ iWork ให้เข้าไปแก้ไขไฟล์งานต่างๆ ผ่านหน้าเว็บได้

 

iTunes Match

hero_2x

บริการ iTunes Match จะเป็นบริการที่จะยกเอาเพลงทั้ง Library ของเราใน iTunes อัพโหลดขึ้นมาไว้บน iCloud ไม่ว่าเพลงนั้นเราจะ rip มาจาก CD หรือว่าโหลดมาจากที่ไหน เมื่อเพลงของเราอยู่บน iCloud แล้วเราก็สามารถเปิดเพลงจากเครื่องไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องซิงค์เพลงนั้นไปไว้บนเครื่อง

หลักการทำงานคือ iTunes Match จะดูเพลงทั้ง Library ของเรา ถ้าเพลงไหนตรงกับที่มีอยู่ใน iTunes Store ซึ่งถ้าตรงก็จะนำเพลงเวอร์ชั่น iTunes Store นั้นไปไว้ใน iCloud ของเราโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะให้เพลงที่มีคุณภาพเสียงที่ 256 Kbps ทันที (ถึงแม้ว่าเพลงใน Library เราจะมีคุณภาพเสียงต่ำกว่า) แต่ถ้าเพลงนั้นไม่มีบน iTunes Store ก็จะทำการอัพโหลดไฟล์เพลงจากบนเครื่องเราไปไว้บน iCloud ให้แทน ซึ่ง iTunes Match สามารถเก็บเพลงได้มากสุด 25,000 เพลง( ไม่รวมเพลงที่ซื้อมาจาก iTunes Store)

แต่ข้อแตกต่างของ iTunes Match กับบริการอื่นๆ ของ iCloud นั่นคือ iTunes Match จะเป็นบริการเดียวที่จะคิดค่าสมัครใช้งาน โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800 บาทต่อปีครับ เนื่องจากบริการ iTunes Match ค่อนข้างจะใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลบน iCloud มากกว่าบริการอื่นๆ เยอะทีเดียว

 

พื้นที่ iCloud เก็บอะไรบ้าง? ให้พื่นที่เท่าไร?

จากที่เล่ามา iCloud ค่อนข้างที่จะเก็บทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้เลย ซึ่งการเก็บข้อมูลแต่ละอย่างก็ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล ซึ่ง iCloud จะมีพื้นที่มาให้จำนวน 5GB ครับ แต่ถ้าไม่พอก็สามารถซื้อเพิ่มได้เช่นกัน โดยข้อมูลที่จะถูกใช้จาก 5GB นี้ได้แก่

  • รายชื่อผู้ติดต่อ
  • ปฏิทินนัดหมาย
  • เอกสารต่างๆ บน iWork
  • ข้อมูลของแอพและเซฟเกมต่างๆ ที่เก็บข้อมูลบน iCloud
  • ไฟล์ Backup เครื่อง iPhone/iPod touch/iPad ที่ทำการ Backup ไว้บน iCloud 

แต่ก็มีบางบริการที่จะไม่ได้ใช้พื้นที่ 5GB นี้ ได้แก่

  • Photo Stream จะไม่รวมอยู่ในการใช้งานพื้นที่ 5GB แต่จะใช้การเก็บรูปไว้บน Photo Stream ระยะเวลา 30 วันแทน
  • เพลง/หนัง/หนังสือ และแอพต่างๆ ที่ซื้อจาก iTunes Store/iBooks Store/App Store เมื่อซื้อมาแล้วแล้วสามารถเข้าไปโหลดย้อนหลังได้ โดยจะไม่หักพื้นที่ใน iCloud
  • บริการ iTunes Match จะเก็บเพลงได้สูงสุด 25,000 เพลง (ไม่รวมเพลงจาก iTunes Store) โดยที่ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ 5GB ของ iCloud

 

จากที่เล่ามาจะเห็นได้ว่าความสามารถของ iCloud นั้นมีหลายอย่างมากๆ ช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์ iDevice ของเราราบลื่นขึ้น แต่ก็อาจจะยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างตรงที่ยังต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในการใ้ช้งาน iCloud ครับ และพื้นที่บน iCloud นั้นมีขนาดอยู่ที่ 5GB สำหรับเวอร์ชั่นฟรี ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่รวมการใช้งานทั้งหมดที่กล่าวมา ดังนั้นการ backup เครื่อง iOS หลายๆ เครื่อง อาจจะยังมีข้อจำกัดของปริมาณพื้นที่ ที่ไม่มากพอได้ (แต่ก๋สามารถซื้อพื้นที่เพิ่มได้ถ้าหากพื้นที่ไม่พอ)

 


หากมีคำถาม หรือข้อติชมใด ๆ ก็สามารถแจ้งเข้ามาได้เสมอ ทาง Facebook ของ iPhone Society หรือ Twitter ที่ @iPhone_Society ครับ ทีมงานพร้อมที่จะรับฟัง และนำไปปรับปรุงการทำงานเสมอครับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply