[Tips] วิธีการ Backup ข้อมูลใน iPhone โดยใช้ iTunes

โดย - 17/7/2013 - 23:52 น.

Screen Shot 2556-07-17 at 6.54.39 PM

การ Backup หรือเป็นภาษาไทยว่า การสำรองข้อมูล เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะเราต้องสำรองข้อมูลที่มีค่าใน iPhone ของเราเก็บเอาไว้บ้าง ครั้งนี้ เรามาดูกันว่า ทำไมเราถึงต้อง Backup ข้อมูล? และเราจะ Backup ได้อย่างไร? ตามไปชมได้เลยครับ…

 

ทำไมจึงต้อง Backup ข้อมูลใน iPhone?

การ Backup หรือการสำรองข้อมูล จะช่วยให้เรามีข้อมูลสำรองอยู่ตลอดเวลา หากว่า iPhone ของเรามีอันเป็นไป จะทำตกน้ำ ตกทะเล ปุ่มกดไม่ติด เอาเครื่องไปเคลม เปลี่ยนเครื่องใหม่ ฯลฯ สารพัดปัญหาที่เราอาจจะพบได้

หาก Backup ไว้ เราก็จะไม่สูญเสียข้อมูลอันมีค่าของเรา ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่ายแห่งความทรงจำ, เซฟเกมที่อุตส่าห์เล่นมาเป็นปี หรือว่าจะเป็น SMS หวาน ๆ จากคนที่เรารัก

 

ในการ Backup จะมีอะไรถูกเก็บสำรองไว้บ้าง?

ในการ Backup แต่ละครั้ง iTunes จะทำการเก็บข้อมูลของเรา “แทบจะทุกอย่าง” ทุกครั้งที่เราทำ backup ซึ่งสิ่งที่เก็บมีรายละเอียดดังนี้

  • รายชื่อผู้ติดต่อ, ข้อมูลการโทร, เบอร์โทรล่าสุด
  • ปฏิทิน, ตารางการนัดหมาย, การเชื่อมต่อปฏิทินออนไลน์
  • การเชื่อมต่อ E-Mail ทุกรูปแบบ ทั้ง MobileMe และ Exchange ActiveSync (ไม่รวมตัวข้อความ ที่ต้องโหลดใหม่จากเซิร์ฟเวอร์ หากมีการ Restore)
  • SMS, iMessage และ MMS ทั้งหมด รวมถึงรูปภาพและวิดีโอที่แนบมาในข้อความ
  • ข้อมูลของ Application ต่าง ๆ อาทิ เซฟเกม, การตั้งค่า ฯลฯ (ไม่รวมตัว App เอง ที่จะยังอยู่บนคอม และจะติดตั้งให้ใหม่ หากมีการ Restore)
  • Application ที่ซื้อจากระบบ In-App Purchased
  • รูปถ่ายที่เคยถ่าย หรือ บันทึกไว้ทั้งหมด และวิดีโอ (หากยังไม่ได้อัพเดต iOS 4.0 ขึ้นไป วิดีโอที่มีขนาดเกิน 2GB จะไม่ถูก Backup ให้)
  • โน้ต ที่จดบันทึกไว้
  • วอลเปเปอร์หน้าจอที่ใช้งานอยู่
  • ข้อมูลเสียงจาก Voice Memo ที่เคยบันทึกเสียงไว้ทั้งหมด
  • ข้อมูลการออกกำลังกายโดยใช้ Nike+iPod
  • ข้อมูลที่กรอกอัตโนมัติใน Safari รวมถึง Password เข้าเว็บไซต์ และเชื่อมต่อ Wi-Fi
  • หน้าเว็บที่เคยบันทึก และตั้งค่าไว้บน Homescreen
  • หน้าเว็บที่ยังเล่นค้างไว้ และข้อมูลการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั้งหมด.
  • การตั้งค่า Location Service ในโปรแกรมต่าง ๆ รวมถึงแผนที่และข้อมูลการใช้งาน
  • ข้อมูลเครือข่าย, Wi-Fi และ VPN ที่เคยใช้ รวมถึงการตั้งค่าต่าง ๆ
  • ข้อมูลอุปกรณ์ Bluetooth ที่เคยเชื่อมต่อ (เฉพาะหูฟัง และคีย์บอร์ดไร้สาย)
  • การตั้งค่า Settings ทั้งหมดของเครื่อง (จะใช้ Backup ได้ต่อเมื่อ Restore ใส่อุปกรณ์ชนิดเดียวกันเท่านั้น เช่น ซื้อหรือเคลม iPhone มาใหม่ ก็ยังใช้การตั้งค่าเดิมได้, แต่หากเอาข้อมูล iPhone มาใส่ iPad จะต้องตั้งค่าในเมนู Settings ใหม่)

 

จะเห็นได้ว่า iTunes ได้ backup เกือบทุกอย่างจริงๆ แต่สิ่งที่ iTunes ไม่ได้ทำ backup ไว้ได้แก่ไฟล์เพลง, ไฟล์ Application และ Ringtone นั่นเอง ซึ่งทุกอย่างที่ iTunes ไม่ได backup เอาไว้นั้น จะอยู่ใน Library iTunes บนคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ดังนั้นหลังจากเรา Restore เครื่อง เพียงแค่ Sync ไฟล์ต่างๆ เหล่านี้ก็จะมาอยู่ใน iPhone ของเราแล้ว

สามารถอ่านวิธีการ Backup Library ของ iTunes ได้ที่ “เรามา Backup เพลง สำรองข้อมูลใน iTunes Library กันเถอะ

 

วิธีการ Backup ผ่าน iTunes

จากแนวคิดที่ว่า “ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมาคิดมาก” ของ Apple ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และมีขั้นตอนที่น้อยที่สุด ทุกอย่าง ผู้พัฒนาโปรแกรมจะคิดมาให้เราแล้วเกือบทั้งหมด จึงทำให้การ Backup ข้อมูลบน iPhone นั้นง่ายมาก โดยในวันนี้เราจะแนะนำวิธี Backup โดยใช้ iTunes กันก่อนครับ และครั้งหน้าเราจะมาแนะนำวิธี Backup ผ่าน iCloud ครับ

ซึ่งการ Backup ข้อมูลของ iPhone ผ่าน iTunes สามารถแบ่งได้เป็น 4 วิธีดังนี้ครับ

1. Backup อัตโนมัติเมื่อมีการ Sync ข้อมูล

Screen Shot 2556-07-17 at 7.10.49 PM

เราเคยสังเกตกันบ้างหรือไม่ว่า ทุกครั้งที่เราเสียบ iPhone เข้าคอม แล้วกด Sync ข้อมูล iTunes จะแอบ Backup ให้เราเอง (แต่ถ้าหากตั้งให้ Backup ผ่าน iCloud แล้ว จะไม่ทำการ Backup อัตโนมัติผ่าน iTunes ครับ)

2. Backup อัตโนมัติเมื่อมีการ Update iOS ผ่าน iTunes

Screen Shot 2556-07-17 at 7.12.30 PM

ทุกครั้งที่เราเลือก Update เวอร์ชันของ iOS นั้น iTunes จะแอบ Backup ข้อมูลไว้ให้เราเสมอ เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายระหว่างทำการอัพเดต

3. iTunes ถามให้เรา Backup ก่อนการ Restore เครื่อง

Screen Shot 2556-07-17 at 7.16.53 PM

หากเราไม่เคย Backup มาก่อน และจะทำการ Restore เพื่อล้างเครื่องใหม่ iTunes ก็จะเตือนให้เรากดยืนยัน เพื่อ Backup ข้อมูลไว้ ป้องกันข้อมูลสูญหายเช่นเดียวกัน

4. Backup ด้วยตนเอง

นอกจาก 3 วิธีข้างต้นแล้ว เรายังสามารถกด Backup ข้อมูลได้ด้วยตนเองเช่นกัน โดยคลิกปุ่ม Back Up Now ดังภาพ แค่นี้ iTunes ก็จะทำการ Backup ข้อมูลในเครื่องเราไว้ให้แล้วครับ

Screen Shot 2556-07-17 at 7.17.39 PM

 

จะนำข้อมูลที่ Backup ไว้กลับเข้าเครื่องอย่างไร?

การนำข้อมูลเดิมกลับ ไม่ว่าจะเป็นได้เครื่องใหม่มา, เอาเครื่องไปเคลม หรือเปลี่ยนรุ่น (เช่น เปลี่ยนจาก iPod touch ไปใช้ iPhone) ให้เสียบเครื่องใหม่เข้าคอม แล้วคลิกขวาที่ไอคอนเครื่องเรา ใน iTunes เลือก Restore from Backup ดังภาพ

Screen Shot 2556-07-17 at 7.17.39 PM

จากนั้นเลือกไฟล์ Backup ของเรา แล้วรอตามขั้นตอนการ Restore เป็นอันเรียบร้อย หลังจาก Restore Backup เสร็จข้อมูลต่างๆ ก็จะมาอยู่ในเครื่องเราแล้ว เพียงแค่ซิงค์เพลงและแอพกลับเข้ามา เราก็สามารถใช้งานต่อได้เหมือนตอนก่อนเปลี่ยนเครื่องหรือ Restore เลย

 

รู้ได้อย่างไรว่ามี Backup อยู่

เราสามารถตรวจสอบดูได้ว่าเรามี Backup อยู่หรือไม่ โดยไปที่โปรแกรม iTunes เลือก Edit > Preferences (บน Mac เลือก iTunes > Preferences)

Screen Shot 2556-07-17 at 11.18.43 PM 

จากนั้น ไปที่แท็บ Devices จะเห็นว่ามีไฟล์ Backup อยู่ ดังรูป โดยมีบอกเวลาในการเก็บ Backup ให้เราทราบด้วย

ซึ่งเราสามารถกดลบไฟล์ที่ไม่ใช้แล้วออกไปได้ หากพื้นที่ของคอมพิวเตอร์เราเหลือน้อย

Screen Shot 2556-07-17 at 11.29.03 PM

เราสามารถอ่านไฟล์ Backup และสำรองไฟล์ไว้ได้ไหม?

เราสามารถเอาข้อมูล Backup ออกมาดูได้ หากเกิดกรณีฉุกเฉิน โดยผ่านโปรแกรมภายนอก อย่างเช่น iPhone Backup Extractor

สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม iPhone Backup Extractor ได้ที่ http://www.iphonebackupextractor.com/

 

นอกจากนั้น หากเราต้องการสำรองข้อมูล Backup เก็บไว้ ให้คัดลอกโฟลเดอร์ดังต่อไปนี้ของระบบ เก็บเอาไว้ในที่ปลอดภัย

Windows XP: C:Documents and Settings/ชื่อผู้ใช้งาน/Application Data/Apple Computer/MobileSync/Backup

Windows Vista, Windows 7 และ Windows 8: C:Users/ชื่อผู้ใช้งาน/AppData/Roaming/Apple Computer/MobileSync/Backup

Mac OS X: /ชื่อผู้ใช้งาน/Library/Application Support/MobileSync/Backup/

 

หวังว่าจะบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถ Backup ข้อมูลต่างๆ ผ่าน iTunes ได้นะครับ และคราวหน้าเราจะมาดูกันว่านอกจาก Backup ผ่าน iTunes แล้ว การ Backup ผ่าน iCloud จะเป็นอย่างไร

 


หากมีคำถาม หรือข้อติชมใด ๆ ก็สามารถแจ้งเข้ามาได้เสมอ ทาง Facebook ของ iPhone Society หรือ Twitter ที่ @iPhone_Society ครับ ทีมงานพร้อมที่จะรับฟัง และนำไปปรับปรุงการทำงานเสมอครับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แสดงความคิดเห็น

1 Comment

Leave a Reply