[Tips] การทำ Ringtone ใส่ iPhone อย่างง่ายด้วย iTunes

โดย - 1/4/2014 - 16:40 น.

 

mockup2

สวัสดี ครับผู้ใช้ iPhone ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก่าที่เบื่อเสียง Ringtone ที่ Apple ให้มากับเครื่อง แล้วอยากจะสร้างสรรค์ Ringtone ที่เราถูกใจลงไปในเจ้า iPhone สุดที่รักของเรา ด้วยความที่ iPhone มีวิธีใส่ริงโทนเพิ่มที่ต่างจากมือถืออื่นที่คุ้นเคย หลายๆ คนอาจงง แต่วิธีทำนั้นไม่ลำบากครับ ไม่ต้องไปหาโปรแกรมที่ไหนมากมาย เชื่อไหมครับว่าสามารถทำด้วยโปรแกรมคู่ใจ iPhone ที่ทุกท่านรู้จักแน่นอน …. iTunes นั่นเองครับ !

 

วิธีทำ Ringtone

บางท่านอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่า iTunes สามารถทำริงโทนได้ วิธีทำก็ไม่ยากเย็นเลย งั้นมาลองทำไปพร้อมๆ กันเลยครับ

1. เปิด iTunes

อันดับแรกเปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมา และทำการเลือกเพลงที่เราต้องการ (ของทีมงานใช้ iTunes 11 for Mac OSX) สำหรับผู้ใช้ Windows นั้น หน้าตาเมนูจะไม่แตกต่างกันมาก สามารถดูควบคู่ไปด้วยกันได้ครับ

photo1

 

2. ดูเวลาของท่อนที่ต้องการ

หลังจากเลือกเพลงที่ต้องการแล้ว ให้กดเล่นเพลงไปจนถึงท่อนที่เราต้องการที่จะเริ่มเป็น Ringtone และให้สังเกตวินาทีของเพลงนั้นๆ ว่าเล่นไปกี่วินาทีแล้ว (วินาทีที่เราต้องการจะเริ่มต้นเป็น Ringtone นั่นเอง)

photo2

 

3. กด Get Info 

ทำการคลิกขวาที่ชื่อเพลงที่ต้องการสร้างริงโทน เลือก Get Info แล้วเลือกที่แถบ Options ด้านบน

photo3

 

4. ตั้งเวลาเริ่มและจบของริงโทน

ทำ การติ๊กถูกในกล่องหน้า Start Time และ Stop Time และใส่วินาทีเพลงที่ต้องการเริ่มต้นจนถึงที่ต้องการ โดยหน่วยจะเป็น [ นาที : วินาที ]

photo4

** โดย Ringtone มีความยาวได้สูงสุด 40 วินาทีเท่านั้น **

หลังจากตัดเสร็จแล้ว ทำการกดปุ่ม OK

 

5. ลองฟังและตัดริงโทน

ใน ขั้นตอนนี้ สามารถลองฟัง Ringtone ที่เรากำลังตัดอยู่ได้โดยการดับเบิ้ลคลิกที่เพลง ( หากไม่พอใจ สามารถกด Get Info กลับไปแก้ไขได้ ) หากพอใจแล้วให้คลิกขวาที่ชื่อเพลงที่ตัดสำเร็จแล้ว เลือก Create ACC Version

photo5

 

จากนั้นจะสังเกตเห็นว่าจะมีไฟล์ที่ได้จากการสร้างเมื่อสักครู่ โดยจะมีความยาวเท่ากับเวลาที่เราเลือกใว้ในข้างต้น

 

Screen Shot 2557-04-01 at 2.34.20 AM

 

6. เปิดดูไฟล์ริงโทนที่สร้างใหม่

คลิกขวาไฟล์ที่ได้ และเลือก Show in Finder ( Windows ให้เลือก Show in Windows Explorer ) จะเห็นไฟล์ที่มีนามสกุล .m4a

Screen Shot 2557-04-01 at 2.35.47 AM

 

สำหรับผู้ใช้ Windows ที่มองไม่เห็นนามสกุลไฟล์ สามารถดูวิธีการตั้งค่าได้จากลิงค์นี้
[ Link : http://support.microsoft.com/kb/978449/th/ ]

Screen Shot 2557-04-01 at 2.38.06 AM copy

 

7. เปลี่ยนนามสกุลไฟล์

ทำการเปลี่ยนนามสกุลโดยการคลิ๊กขวา เลือก Rename เป็น .m4r

Screen Shot 2557-04-01 at 2.40.39 AM copy

โดย เมื่อเปลี่ยนนามสกุลไฟล์เป็น .m4r แล้ว ให้กลับมาใน iTunes แล้วลบเพลงใน iTunes ที่เกิดจากการ Create ACC Version ทิ้ง ด้วยการคลิ๊กขวาที่ชื่อเพลงที่เกิดจากการ Create ACC Version ใน iTunes แล้วเลือก Delete ครับ โดยจะมีหน้าต่างถามว่าเราต้องการลบเพลงนี้ออกจาก iTunes Library หรือไม่ ให้เลือก “Delete Song”

photo6

หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างถามอีกครั้งหนึ่งว่าต้องการที่จะเก็บไฟล์นี้ไว้ หรือลบไฟล์นี้ทิ้งไปด้วยเลย ให้เลือก “Keep File” ครับ

photo7

 

8. เพิ่ม Ringtone เข้ามาใน iTunes

ทำการ Double Click ไฟล์ .m4r ที่เราเพิ่งได้ทำการเปลี่ยนชื่อ จากนั้น iTunes จะทำการเพิ่ม Ringtone เข้าไปในหมวด Ringtone ของเรา ซึ่งสามารถดูริงโทนทั้งหมดได้ด้วยการคลิกที่ตัวเลือกมุมบนซ้าย แล้วเลือก “Tones” ครับ

photo8

 

ซึ่งถ้าไม่มีตัวเลือก Tones อยู่ ให้เข้าไปตั้งค่าที่ iTunes > Preferences ที่มุมบนซ้ายครับ (ในวินโดว์ให้เลือกที่ปุ่มเมนูที่ด้านมุมบนซ้ายแล้วเลือก Preferences )

photo9

ในแถบ general ให้ติ๊กที่ Tones ในหัวข้อ Show ครับ แค่นี้ก็จะมีตัวเลือก Tones มาให้เลือกแล้วครับ

photo11

 

9. Sync Ringtone เข้ากับ iPhone

เชื่อมต่อ iPhone กับ iTunes แล้วทำการติ๊กที่ Sync Tones แล้วกด Apply ครับ หลังจากนี้เครื่องก็จะทำการซิงค์ข้อมูลต่างๆ รวมถึงริงโทนที่เราทำใหม่

photo12

 

10. ตั้ง Ringtone ใน iPhone

เมื่อ Sync เสร็จแล้ว สามารถตั้งค่า Ringtone ใน iPhone ได้จาก Settings > Sounds > Ringtone

IMG_4863

 

เป็น ไงกันบ้างครับ ไม่ยากเลยใช่ไหม ทีนี้ iPhone ตัวเก่งของทุกคนจะใช้เสียงเรียกเข้าที่เราต้องการได้จริงๆ เวลามีโทรศัพท์เข้าทำเอาไม่อยากกดรับทีเดียว (แต่ถ้าแฟนหรือเจ้าหนี้ อันนี้ก็ควรรับโดยด่วนนะครับ ^^”)

 


หากมีคำถาม หรือข้อติชมใดๆ ก็สามารถแจ้งเข้ามาได้เสมอ ทาง Facebook ของ iPhone Society หรือ Twitter ที่ @iPhone_Society ครับ ทีมงานพร้อมที่จะรับฟัง และนำไปปรับปรุงการทำงานเสมอครับ

 

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แสดงความคิดเห็น

9 Comments

Leave a Reply